คณะวิทยาการจัดการ

คณะวิทยาการจัดการ เป็นคณะทางสังคมศาสตร์คณะแรกที่จัดตั้งขึ้นที่วิทยาเขตหาดใหญ่ วัตถุประสงค์เริ่มแรกของ    การจัดตั้ง คือ เพื่อสนองตอบความต้องการในด้านแรงงานของภาคใต้ โดยจัดการเรียนการสอนเพื่อผลิตบัณฑิตสาขาบริหารธุรกิจ และรัฐประศาสนศาสตร์ และจัดการเรียนการสอนวิชาพื้นฐานทั่วไปแก่นักศึกษาทุกคณะในวิทยาเขตหาดใหญ่ แต่เดิมนั้นได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการทบวงมหาวิทยาลัย ให้จัดตั้งขึ้นในนาม “คณะสังคมศาสตร์” เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2517 ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 3 โดยมีนายแพทย์สวัสดิ์  สกุลไทย เป็นอธิการบดีสมัยนั้น ต่อมามหาวิทยาลัยเห็นว่าตามหลักการเดิม มหาวิทยาลัยแบ่งออกเป็น 2 ศูนย์ คือ ศูนย์ทางวิทยาเขตหาดใหญ่ ให้เป็นศูนย์ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และศูนย์ทางวิทยาเขตปัตตานี ให้เป็นศูนย์ทางด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ แต่เนื่องจากคณะสังคมศาสตร์นี้จัดตั้งในวิทยาเขตหาดใหญ่ สภามหาวิทยาลัยจึงได้อนุมัติการเปลี่ยนชื่อเป็น “คณะวิทยาการจัดการ” ในวันที่ 16 กรกฎาคม 2518 นับเป็นคณะที่ 7 ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยมี ดร.ไพบูลย์  ช่างเรียน ดำรงตำแหน่งคณบดีคนแรก และมีพัฒนาการมาตามลำดับดังนี้

พ.ศ. 2519 เปิดรับนักศึกษาเป็นปีแรก โดยมี 2 หลักสูตร คือ หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต (บธ.บ.) มีนักศึกษา จำนวน 35 คน แยกเป็น 4 สาขาวิชา คือ การบัญชี การเงิน การตลาด และการบริหารงานบุคคล และหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต (รป.บ.) มีนักศึกษา จำนวน 13 คน โดยใช้อาคารคณะวิศวกรรมศาสตร์เป็นสำนักงานและอาคารเรียนชั่วคราว

พ.ศ. 2521 การก่อสร้างอาคารหลังแรกแล้วเสร็จ (ปัจจุบันเป็นอาคารบริหาร) และได้ย้ายนักศึกษามาเรียนที่อาคารดังกล่าว ในปีเดียวกันนี้ได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 95 ตอนที่ 31 ลงวันที่ 21 มีนาคม 2521 แบ่งส่วนราชการคณะวิทยาการจัดการ ออกเป็น 4 หน่วยงาน ดังนี้

    1. สำนักงานเลขานุการคณะ
    2. ภาควิชาบริหารธุรกิจ
    3. ภาควิชารัฐประศาสนศาสตร์
    4. ภาควิชาสารัตถศึกษา (ในปี พ.ศ. 2530 ได้แยกไปสังกัดโครงการจัดตั้งคณะศิลปศาสตร์)

พ.ศ. 2528 เปิดสอนระดับปริญญาตรี หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ

พ.ศ. 2532 เปิดสอนระดับปริญญาโท หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (M.B.A.) ภาคพิเศษ

พ.ศ. 2533 ได้มีการก่อสร้างอาคารหลังที่สอง เพื่อใช้เป็นอาคารเรียน (อาคารเรียน 1)

พ.ศ. 2534 มีการขยายการเปิดสอนระดับปริญญาตรี หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ ไปที่วิทยาเขตตรัง

พ.ศ. 2535 เปิดสอนระดับปริญญาโท หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต (M.P.A.) ภาคพิเศษ และเปิดสอนระดับปริญญาตรี หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการโรงแรม และสาขาวิชาพาณิชย์นาวี

พ.ศ. 2538 เปิดสอนระดับปริญญาตรี หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาอุตสาหกรรมบริการ เป็นเวลา 2 ปี (ปี 2538 - 2539)

พ.ศ. 2541 ได้มีการก่อสร้างอาคารต่อเติม เพื่อใช้เป็นอาคารเรียน 2 แล้วเสร็จ

พ.ศ. 2542 ได้ขยายการเปิดสอนระดับปริญญาโท หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต (M.P.A.) ภาคพิเศษ ไปยังวิทยาเขตตรัง และมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาฉบับประกาศทั่วไป  เล่ม 116 ตอนที่ 76 ลงวันที่ 23 กันยายน 2542 เรื่อง การแบ่งส่วนราชการ คณะวิทยาการจัดการ ออกเป็น 3 หน่วยงาน ดังนี้

    1. สำนักงานเลขานุการคณะ
    2. ภาควิชาบริหารธุรกิจ
    3. ภาควิชารัฐประศาสนศาสตร์

พ.ศ. 2543 เปิดสอนระดับปริญญาโท หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต (M.P.A.) ภาคปกติ

พ.ศ. 2545 เปิดสอนระดับปริญญาตรี หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการ (ภาษาอังกฤษ) และเปิดสอนหลักสูตรบัญชีบัณฑิต (ต่อเนื่อง)

พ.ศ. 2547 จัดตั้งคลินิกวิจัย และศูนย์ข้อมูลตลาดหลักทรัพย์ภาคใต้ (SMIC : เป็นหน่วยงานภายในจัดตั้งขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่างคณะวิทยาการจัดการกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อเป็น “ศูนย์การเรียนรู้การลงทุน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ SET Investment Center”)

พ.ศ. 2552 เปิดสอนระดับปริญญาโท หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (นานาชาติ) ภาคพิเศษ และระดับปริญญาเอก หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการ

พ.ศ. 2553 เปิดสอนระดับปริญญาโท หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการการท่องเที่ยว ภาคพิเศษ

พ.ศ. 2554 เปิดสอนระดับปริญญาโท หลักสูตรบัญชีมหาบัณฑิต (ภาคพิเศษ) และระดับปริญญาตรี หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์ จัดตั้งศูนย์พัฒนานวัตกรรมเพื่อการจัดการองค์ความรู้และการเรียนรู้ (ปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 ศูนย์ ฯ ย้ายไปสังกัดมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์)

พ.ศ. 2555 สภามหาวิทยาลัยอนุมัติการจัดตั้งภาควิชาบัญชี เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2555

พ.ศ. 2556 เปิดสอนระดับปริญญาตรี หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการประชุม นิทรรศการ และการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล และระดับปริญญาโท หลักสูตรบัญชีมหาบัณฑิต ภาคปกติ

พ.ศ. 2558 เปิดสอนระดับปริญญาโท หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชาการตลาด ภาคพิเศษ

ปัจจุบัน คณะวิทยาการจัดการ ประกอบด้วย 3 สาขาวิชา ได้แก่ (1) สาขาวิชาบริหารธุรกิจ (2) สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ และ (3) สาขาวิชาการบัญชี

ข้อมูลคณะ

มุ่งเน้นการขับเคลื่อนผลิตบัณฑิตที่มีความเชี่ยวชาญด้านบริหารธุรกิจ บริหารรัฐกิจ และบุคลากรวิชาชีพ (บัญชี) ที่มีคุณภาพโดยยึดถือประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่งภายใต้หลักสูตรที่ทันสมัยมุ่งสู่ความเป็นสากล ด้วยบุคลากรที่หลากหลายสาขาวิชาที่มีศักยภาพ พร้อมทรัพยากรที่เกื้อหนุน ส่งเสริมและสนับสนุน ความร่วมมือ การสร้างเครือข่ายองค์กรวิชาชีพ และการแก้ปัญหาของสังคมและชุมชนด้วยทำเลที่ตั้งในศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคใต้

หลักสูตรที่เปิดสอน

ระดับปริญญาตรี

หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต หลักสูตรปรังปรุง พ.ศ.2563

  • สาขาวิชาเอกการเงินและการลงทุน
  • สาขาวิชาเอกการตลาด
  • สาขาวิชาเอกการจัดการทรัพยากรมนุษย์
  • สาขาวิชาเอกการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน
  • สาขาวิชาเอกระบบสารสนเทศทางธุรกิจ
  • สาขาวิชาเอกการจัดการไมซ์

หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการ (ภาษาอังกฤษ) หลักสูตรปรังปรุง พ.ศ.2560
หลักสูตรบัญชีบัณฑิต หลักสูตรปรังปรุง พ.ศ.2564
หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต หลักสูตรปรังปรุง พ.ศ.2564

ระดับบัณฑิตศึกษา

หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2563
หลักสูตรบัญชีมหาบัณฑิต หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2564
หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2564
หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต

  • สาขาวิชาการจัดการ หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2564

ข้อมูลหลักสูตรระดับปริญญาโท คณะวิทยาการจัดการ https://www.fms.psu.ac.th/index.php/cousefms/graduate

คณะวิทยาการจัดการ เปิดสอนหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา ภายใต้การกำกับดูแลโดย รองคณบดีฝ่ายบัณฑิตศึกษา หน่วยงานบัณฑิตศึกษาวิทยาการจัดการ(โครงการจัดตั้ง) มีหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา จำนวน 6 หลักสูตร ดังนี้

ระดับปริญญาโท จำนวน 5 หลักสูตร ได้แก่

  1. หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต
  2. หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (นานาชาติ)
  3. หลักสูตรบัญชีมหาบัณฑิต
  4. หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต

ระดับปริญญาเอก จำนวน 1 หลักสูตร คือ หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการ โดยมีรายละเอียดแต่ละหลักสูตรดังนี้

หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต

หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต ได้เริ่มก่อตั้งเมื่อในปี พ.ศ. 2532 ซึ่ง ณ ช่วงเวลานั้นถือว่าเป็นสถาบันการศึกษาแห่งแรกของภาคใต้เปิดสอนหลักสูตรนี้ จึงได้รับการตอบรับจากผู้ประกอบการ ผู้บริหารองค์กรและผู้สนใจทั่วไปเป็นอย่างดี ด้วยแนวคิดการจัดการเรียนการสอนเพื่อผลิตมหาบัณฑิตที่มีความรู้ความสามารถที่ทันสมัยในการจัดการธุรกิจ สามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในการแก้ปัญหาต่างๆ ทางธุรกิจ มุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีความรู้ความชำนาญในการคิดวิเคราะห์ วิธีการแก้ปัญหาโดยใช้พื้นฐานจากทฤษฎีและงานวิจัย และมุ่งเน้นให้มีจริยธรรมในดำเนินธุรกิจ ซึ่งสามารถพัฒนาธุรกิจให้เชื่อมโยมกับประเทศเพื่อนบ้าน และสู่ระดับสากลเพื่อสนองตอบต่อการขยายตัวทางธุรกิจระหว่างประเทศของไทย เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายส่งเสริมการส่งออกของภาครัฐ จนถึงปัจจุบัน หลักสูตรสามารถผลิตมหาบัณฑิตที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับออกไปรับใช้สังคมและประเทศชาติในบทบาทด้านการบริหารธุรกิจทั้งในหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ตลอดจนสร้างนักธุรกิจรุ่นใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคใต้ จึงนับได้ว่าหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิตเป็นเฟืองจักรสำคัญ ในการผลิตมหาบัณฑิตที่มุ่งเน้นการศึกษาที่มีมาตรฐานในระดับสากลและมุ่งเน้นการผลิตมหาบัณฑิตที่มีคุณภาพ และสิ่งสำคัญที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง นั่นคือการยึดถือการปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรมให้กับมหาบัณฑิต และให้ยึดแนวทางพระราชปณิธานของพระราชบิดาในการถือ “ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง” ประกอบกับตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาศาสตร์ด้านการบริหารธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว หลักสูตรธุรกิจมหาบัณฑิตได้มีการปรับตัวในหลายๆ ด้านเพื่อให้สอดคล้องและเท่าทันการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาเพื่อรองรับ ASEAN Economic Community (AEC) ก้าวให้ทันการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวโดยไม่ละเลยเป้าหมาย ที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้ เพื่อมอบเครื่องมือ อุปกรณ์ และติดอาวุธให้กับผู้เรียนทุกคนบนพื้นฐานของการประกอบการอย่างมีคุณธรรมและจริยธรรม ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านเป็นเครื่องยืนยันถึงปณิธานดังกล่าวได้อย่างดี และเราจะยังคงยึดถือหลักการดังกล่าวต่อไปเพื่อการพัฒนาสังคมธุรกิจภาคใต้ และของประเทศ ให้ก้าวล้ำอย่างยั่งยืน

ในการจัดการเรียนการสอนนั้น มุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีความรู้ในเชิงทฤษฏี การวิเคราะห์และสังเคราะห์องค์ความรู้ รวมทั้งมีการอ้างอิงงานวิจัยในรายวิชาที่เรียน เพื่อให้ผู้เรียนมีความเข้าใจถึงที่มาและการประยุกต์ใช้ทฤษฎีต่างๆด้วย นอกจากนี้บางรายวิชาเช่น รายวิชา 460-513 Business Research Method และรายวิชา 460-526 Marketing Management for Executive  มีการใช้กระบวนวิธีวิจัยเพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถด้านการวิจัยของผู้เรียนด้วย หลักสูตรฯ เปิดการสอนปีแรกใน ปีการศึกษา 2532 มีนักศึกษา ภาคค่ำ จำนวน 27 รุ่น (ปีการศึกษา 2532-2558) ภาคสมทบ จำนวน 17 รุ่น (ปีการศึกษา 2545-2561) มีผู้สำเร็จการศึกษาแล้ว ภาคค่ำ จำนวน 515 คน(รหัส 57-61) และภาคสมทบ จำนวน 354 คน (รหัส 32-58) นักศึกษาปัจจุบัน ภาคค่ำ จำนวน 7 คน(รหัส 57-58) และภาคสมทบ จำนวน 85 คน(รหัส 57-61)

จุดเด่นของหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต
  1. หลักสูตรมีชื่อเสียงได้รับการยอมรับจากผู้ประกอบการ ผู้บริหารองค์กรและผู้สนใจทั่วไปเป็นอย่างดี
  2. หลักสูตรมีการจัดการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นที่ผู้เรียนเป็นสำคัญ เน้นให้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญ ชำนาญการ หรือเจ้าของธุรกิจโดยตรง
  3. แนวคิดการจัดการเรียนการสอนเพื่อผลิตมหาบัณฑิตที่มีความรู้ความสามารถที่ทันสมัยในการจัดการธุรกิจ นำความรู้ไปปรับใช้ในการแก้ปัญหาต่างๆ ทางธุรกิจ มุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีความรู้ความชำนาญในการคิดวิเคราะห์ วิธีการแก้ปัญหาโดยใช้พื้นฐานจากทฤษฎีและงานวิจัย ซึ่งสามารถพัฒนาธุรกิจให้เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน และสู่ระดับสากลเพื่อสนองตอบต่อการขยายตัวทางธุรกิจระหว่างประเทศของไทย
  4. หลักสูตรผลักดันและยึดถือการปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรมให้กับมหาบัณฑิต และให้ยึดแนวทางพระราชปณิธานของพระราชบิดาในการถือ “ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง”
อาชีพที่สามารถประกอบได้หลังสำเร็จการศึกษา
  1. พนักงาน หัวหน้าแผนก หัวหน้าส่วนและ/หรือผู้บริหารหน่วยงานภาคเอกสาร/ภาครัฐ
  2. ผู้ประกอบการ นักธุรกิจ และ/หรือ เจ้าของกิจการ
  3. อาจารย์สาชาวิชาบริหารธุรกิจ
  4. นักวิจัยทางด้านบริหารธุรกิจ
ศิษย์เก่าตัวอย่าง
นักศึกษาภาคค่ำ
  1. นายจักรพงษ์ หวังวิทยารัตน์ (รุ่นที่ 1) ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารกลุ่ม กลุ่มธุรกิจขนาดกลางภาคใต้ บมจ.ธนาคารกรุงไทย
  2. นายพิชัย ลิ้มรสเจริญ (รุ่นที่ 2) หุ้นส่วนผู้จัดการ สำนักงาน พิชัย แมเนจเม้นท์ คอนซัลแทนท์ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแห่งประเทศไทย (CPA) ผู้ตรวจสอบภายใน (CPIA)
  3. นายยรรยง เมธาพาณิชย์ (รุ่นที่ 3) กรรมการผู้จัดการ บริษัท สำนักงานอินทดิษฐ์ ซี.พี.เอ จำกัด
  4. นายเอนก อิงวิยะ (รุ่นที่ 11) ผู้บริหารทีม ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคใต้
  5. นายอนันต์ อิงวิยะ (รุ่นที่ 12) ผู้บริหารทีม ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคใต้
  6. นายบรรหาร กบิลพัตร (รุ่นที่ 15)  ผู้จัดการส่วนวางแผนกลยุทธ์องค์กร บริษัท ทรานส์ ไทย-มาเลเซีย (ประเทศไทย) จำกัด
  7. นายวรวุฒิ บุษปวนิช ผู้บริหารธุรกิจลูกค้าผู้ประกอบการ ธนาคารกสิกรไทย ศูนย์ธุรกิจลูกค้าผู้ประกอบการ
  8. นายตรีทศ  พงศ์ไพบูลย์ (รุ่นที่ 19) ผู้จัดการสหกรณ์ออมทรัพย์สาธารณสุขสงขลา จำกัด
นักศึกษาภาคสมทบ
  1. นายธวัชชัย ปีติเจตน์ (รุ่นที่ 2) สมาชิกสภาเทศบาลเมืองคอหงส์
  2. นายกอบกิตติ์ รุธิรโก (รุ่นที่ 3) ผู้จัดการสาขาภาคใต้ บมจ.จอห์นสันคอนโทรลอินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย
  3. ผศ.ดร.กร ศรเลิศล้ำวาณิช (รุ่นที่ 3) ผู้ช่วยอธิการบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
  4. นายชัยรัตน์ ชูทอง (รุ่นที่ 5) หัวหน้างานตรวจสอบสอบสวนส่วนควบคุมคุณภาพ สำนักงานไปรษณีย์เขต 9
  5. พ.ต.ท.ศราวุธ จันต๊ะวงศ์ (รุ่นที่ 6) สว.กก.1บก.ป ศูนย์บัญชาการตำรวจจังหวัดชายแดนใต้
  6. นายกิตติพันธุ์ เสนารักษ์ (รุ่นที่ 8) ผู้จัดการภาคอาวุโส บริษัท เอ ไอ เอ
หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (นานาชาติ)

หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (นานาชาติ) เริ่มดำเนินการจัดการเรียนการสอนเมื่อปี 2552 ปัจจุบันมีผู้สำเร็จการศึกษารวมทั้งสิ้น 32 คน แบ่งเป็นชาวไทย 23 คน และชาวต่างชาติ 9 คน ปัจจุบันมีนักศึกษาทั้งสิ้น 20 คน แบ่งเป็นชาวไทย 17 คน และชาวต่างชาติ 3 คน หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (นานาชาติ) เป็นหลักสูตรด้านการบริหารธุรกิจหลักสูตรแรกและหลักสูตรเดียวที่ใช้ภาษาอังกฤษในการจัดการเรียนการสอน อยู่ภายใต้โดยคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และจัดการเรียนการสอนในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อมุ่งการพัฒนานักศึกษา  ที่สามารถตอบความต้องการของโลกธุรกิจยุคปัจจุบันและสามารถตอบสนองความต้องการเฉพาะของพื้นที่ได้

จุดเด่นของหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (นานาชาติ)

หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (นานาชาติ) มีวัตถุประสงค์ในการจัดการเรียนการสอนที่มีความทันสมัยมุ่งพัฒนานักศึกษาให้มีความสามารถในการคิดและการประยุกต์ความรู้ผ่านทางกิจกรรมการเรียนการสอนเข้ากับสถานการณ์จริง ดังนั้นจำนวนนักศึกษาในแต่ละชั้นปีจึงอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของการจัดการเรียนการสอนดังกล่าวเพื่อให้สามารถสร้างบรรยากาศการศึกษาที่เป็นกันเอง ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้สอนและนักศึกษาและระหว่างนักศึกษาด้วยกัน นอกจากนั้น หลักสูตรฯให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อคุณภาพของการจัดการเรียนการสอนเพื่อการพัฒนานักศึกษา ดังจะเห็นได้จากการที่หลักสูตรฯมีกระบวนการคัดสรรผู้สอนในแต่ละรายวิชาให้มีความเหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพิจารณาผลการประเมินจากนักศึกษาในภาคการศึกษาที่ผ่านมา (ถ้ามี) และมีการสอบถามความคิดเห็นจากนักศึกษาเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนเป็นระยะๆ เนื่องจากเป็นหลักสูตรฯ ที่มีจำนวนปริมาณนักศึกษาที่เหมาะสมในแต่ละชั้นปีจึงเอื้อต่อการดูแลเป็นรายบุคคล ทำให้การสอบถามความคิดเห็นดังกล่าวสามารถดำเนินการได้ตลอดเวลาผ่านกระบวนการทั้งที่เป็นทางการ (การประชุมนักศึกษาทุกชั้นปี เพื่อสอบถามความคิดเห็นหนึ่งครั้งต่อภาคการศึกษา) และไม่เป็นทางการ(การสอบถามพูดคุยเมื่อพบนักศึกษาและนักศึกษาเองสามารถฝากความคิดเห็นไว้ที่เจ้าหน้าที่หลักสูตรฯ หรือที่อาจารย์ประจำหลักสูตรฯ ได้ตลอด) จากนั้นความคิดเห็นดังกล่าวจะถูกนำมาใช้ในการพิจารณาปรับปรุงการดำเนินการของหลักสูตรฯ ในการประชุมของกรรมการบริหารหลักสูตรฯ จึงอาจกล่าวได้ว่าจากวัตถุประสงค์ของหลักสูตรที่เน้นการจัดการเรียนการสอนที่ทันสมัยผนวกกับการที่หลักสูตรฯ มีจำนวนนักศึกษาแต่ละชั้นปีในปริมาณที่เหมาะสมซึ่งถือเป็นจุดเด่นที่สำคัญอย่างหนึ่งของหลักสูตรฯ ทำให้สามารถดำเนินการจัดการเรียนการสอนให้แก่นักศึกษาได้อย่างใกล้ชิด รับฟังความคิดเห็นเพื่อการนำมาปรับปรุงได้อย่างทันต่อเหตุการณ์

อาชีพที่สามารถประกอบได้หลังสำเร็จการศึกษา
  1. พนักงาน หัวหน้าแผนก หัวหน้าส่วน และ/หรือผู้บริหารหน่วยงานภาคเอกชน/ภาครัฐ
  2. ผู้ประกอบการ นักธุรกิจ และ/หรือเจ้าของกิจการ
  3. อาจารย์ด้านบริหารธุรกิจหรือนักวิจัยด้านบริหารธุรกิจ
หลักสูตรบัญชีมหาบัณฑิต

หลักสูตรบัญชีมหาบัณฑิต ได้เปิดทำการเรียนการสอน เป็นปีการศึกษาแรก ในปีการศึกษา 2554 จนถึงปัจจุบัน มีนักศึกษา จำนวน 8 รุ่น และผู้สำเร็จการศึกษาไปแล้ว จำนวน 147 คน นักศึกษาปัจจุบัน จำนวน 53 คนโดยการดำเนินการสอนวิชาชีพในระดับบัณฑิตศึกษาจะช่วยพัฒนาบุคลากรสายวิชาชีพบัญชีให้เป็นไปตามคุณสมบัติที่สภาวิชาชีพบัญชีฯ กำหนด รวมทั้งพัฒนาศักยภาพของบุคลากรด้านบัญชีให้สามารถประยุกต์ใช้ทฤษฎีบัญชีขั้นสูงและสามารถใช้กระบวนวิธีวิจัยเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านบัญชีให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล

หลักสูตรบัญชีมหาบัณฑิต มุ่งตอบสนองความต้องการของทั้งระดับชุมชน สังคม ภูมิภาค และประเทศ ซึ่งรวมทั้งภาคธุรกิจและสถาบันการศึกษาจะมีบุคลากรสายวิชาชีพบัญชีที่มีศักยภาพ และความสามารถที่สูงขึ้น รวมถึงการสร้างโอกาสทางการศึกษาด้านการบัญชีในระดับสูง ทั้งเป็นการลดต้นทุนในการพัฒนาบุคลากรด้านการบัญชีในภาคใต้อีกด้วย

วัตถุประสงค์ เพื่อผลิตมหาบัณฑิตทางด้านบัญชีให้มีคุณสมบัติ ดังนี้
  1. มีคุณธรรมและจริยธรรมทางวิชาชีพบัญชีและด้านการวิจัย
  2. มีความรู้ขั้นสูงทางด้านการบัญชีและศาสตร์ที่เกี่ยวข้องในระดับสากล สามารถนำทฤษฎีทางการบัญชีและศาสตร์ที่เกี่ยวข้องไปประยุกต์ใช้ในการผลิตผลงานวิจัยทางการบัญชี ตลอดจนการปฏิบัติงานทางวิชาชีพบัญชีได้อย่างเหมาะสม
  3. สามารถประยุกต์ความรู้ทางทฤษฎี และสารสนเทศทางการบัญชีเพื่อค้นคว้า วิเคราะห์ และแก้ปัญหาได้
  4. สามารถทำงานในระดับบริหารได้ดีทั้งในองค์กรภาครัฐและเอกชน รวมทั้งปฏิบัติและรับผิดชอบงานที่ได้รับมอบหมายอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนมีความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่นและปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์และสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างดี
  5. มีความสามารถในการวิเคราะห์เชิงปริมาณและสถิติเพื่อการตัดสินใจทางด้านการบริหาร และสามารถสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพทั้งการพูดและการเขียน
จุดเด่นของหลักสูตรบัญชีมหาบัณฑิต
  1. เป็นหลักสูตรปริญญาโททางการบัญชีแห่งแรกและแห่งเดียวในภาคใต้
  2. มีคณาจารย์ที่มีคุณวุฒิตรงตามสาขาวิชา มีความรู้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในสาขาวิชาการบัญชี
  3. เป็นหลักสูตรที่มีสัดส่วนของนักศึกษาที่เลือกทำวิทยานิพนธ์เกินกว่า 90%
  4. งานวิจัยทั้งวิทยานิพนธ์และสารนิพนธ์ของบัณฑิตทุกคนมีคุณภาพได้รับการยอมรับ และได้รับการตีพิมพ์หรือเผยแพร่ในเชิงวิชาการทุกงาน
  5. ระบบจัดการเรียนการสอนที่เน้นการพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษแก่นักศึกษาโดยใช้ตำราและเอกสารประกอบการสอนเป็นภาษาอังกฤษ
  6. มีโครงการพัฒนานักศึกษาอย่างต่อเนื่อง และมีการสนับสนุนงบประมาณในการจัดกิจกรรมด้านความรับผิดชอบต่อสังคม และการศึกษาดูงานในต่างประเทศเป็นประจำอย่างต่อเนื่องทุกปี
อาชีพที่สามารถประกอบได้หลังสำเร็จการศึกษา
  1. ผู้ทำบัญชี
  2. ผู้อำนวยการฝ่ายบัญชี/หัวหน้าฝ่ายบัญชี
  3. นักบัญชีบริหาร
  4. นักวางระบบบัญชี
  5. นักบัญชีภาษีอากร
  6. อาจารย์/นักวิชาการ ทางด้านการบัญชี
  7. บริการเกี่ยวกับการบัญชีด้านอื่นตามที่กำหนด โดยกฎกระทรวง
  8. ผู้ประกอบการ

หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต

หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต ภาคสมทบ เปิดการเรียนการสอนครั้งแรก ในปีการศึกษา 2535 โดยเปิดสอนนอกเวลาราชการแก่นักศึกษาที่มีประสบการณ์ในการทำงาน และนักศึกษาที่ไม่มีประสบการณ์ในการทำงาน เน้นวัตถุประสงค์ในการผลิตมหาบัณฑิตทางการบริหารภาครัฐ ให้มีความรู้ความเข้าใจและมีทักษะในการวิเคราะห์ แก้ไขปัญหาการบริหารของภูมิภาค พร้อมทั้งสามารถนำองค์ความรู้ทางด้านการบริหารขั้นสูงไปประยุกต์ใช้กับหน้าที่การงานได้อย่างสอดคล้องกับลักษณะความต้องการของท้องถิ่น และส่วนภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคใต้  และได้ผลิตมหาบัณฑิตที่มีคุณภาพและได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในเรื่องความเป็นเลิศทางวิชาการ สามารถตอบสนอง ความต้องการของหน่วยงาน ส่งผลให้หน่วยงานต่างๆ ได้รับประโยชน์จากบุคลากรทั้งทางตรงและทางอ้อม ทำให้การบริหารงานภาครัฐเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยเน้นความเป็นเลิศทางวิชาการ และจัดการเรียนการสอนที่ใช้ฐานความรู้จากการวิจัยมาเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างคณาจารย์และนักศึกษา ให้นักศึกษาได้มีความรู้ความเข้าใจ มีความสามารถด้านการบริหารงานภาครัฐ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาและพัฒนางานภาครัฐได้อย่างเหมาะสม และในปี พ.ศ. 2542 มีการเปิดหลักสูตรขึ้นที่วิทยาเขตตรัง และได้ปิดรับสมัครนักศึกษาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 ปัจจุบัน มีนักศึกษาภาคสมทบ เป็นรุ่นที่ 27 และนักศึกษาภาคปกติ เปิดรับนักศึกษารุ่นแรกปี พ.ศ. 2543 ปัจจุบันเป็นรุ่นที่ 19 นับจากปี พ.ศ.2535 จนถึงปี พ.ศ. 2560  มีนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาดังนี้

วิทยาเขตหาดใหญ่ ภาคสมทบ จำนวน 25 รุ่น รวม 1,555 คน   ภาคปกติ จำนวน 17 รุ่น จำนวน 153 คน

วิทยาเขตตรัง ภาคสมทบ จำนวน 9 รุ่น รวม 883 คน

จำนวนนักศึกษาปัจจุบัน ภาคสมทบ จำนวน 104 คน ภาคปกติ จำนวน 14 คน

วัตถุประสงค์ เพื่อผลิตบัณฑิตให้มีคุณลักษณะต่อไปนี้
  1. มีคุณธรรม จริยธรรม มีความรับผิดชอบต่อสังคมและส่วนรวม และสามารถปรับวิถีชีวิตภายใต้ ความขัดแย้งทางค่านิยม รวมทั้งมีการพัฒนานิสัยและการปฏิบัติตนตามศีลธรรม
  2. มีความรู้ทางวิชาการและทักษะทางวิชาชีพทางรัฐประศาสนศาสตร์ มีความสามารถในการเรียนรู้ด้วยตนเองได้ รวมทั้งสร้างนวัตกรรมบนพื้นฐานของแนวคิดและทฤษฎีทางรัฐประศาสนศาสตร์ได้
  3. สามารถวิเคราะห์ สังเคราะห์และประยุกต์ใช้ความรู้ทางรัฐประศาสนศาสตร์ในการวิเคราะห์สถานการณ์หรือสภาพปัญหาที่มีความซับซ้อนได้อย่างเหมาะสม ตลอดจนนำทักษะทางการวิจัยมาประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาที่มีความเป็นพลวัตและมีความสลับซับซ้อนได้ อันนำไปสู่การสร้างนวัตกรรมทางรัฐประศาสนศาสตร์
  4. สามารถปรับตัวเข้ากับสังคมที่มีความหลากหลาย รับฟังความเห็นที่แตกต่าง และแสดงความคิดเห็นได้อย่างสร้างสรรค์ มีภาวะผู้นำในทางวิชาการและสามารถแสดงความเห็นเชิงวิพากษ์ บนฐานแนวคิดและทฤษฎีทางรัฐประศาสนศาสตร์
  5. มีประสิทธิภาพในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการสื่อสารได้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ รวมถึง มีความรู้ความสามารถใช้เครื่องมือในทางสถิติขั้นพื้นฐานในการแก้ปัญหาทางการวิจัยได้อย่างถูกต้อง รวมทั้งสามารถใช้เครื่องมือทางสถิติมาประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์ปรากฏการณ์ทางรัฐประศาสนศาสตร์ได้
อาชีพที่สามารถประกอบได้หลังสำเร็จการศึกษา
  1. อาจารย์และนักวิจัยสาขารัฐประศาสนศาสตร์
  2. ผู้บริหารระดับกลางและระดับสูง ในหน่วยงานของภาครัฐทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น
  3. ผู้บริหารและผู้นำหน่วยงานภาคเอกชนและภาคประชาชน
  4. นักวิชาการและเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานราชการ เช่น เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคล เจ้าหน้าที่ฝึกอบรม นักวิชาการศึกษา ฯลฯ
  5. นักการเมืองระดับท้องถิ่นและระดับชาติ
ศิษย์เก่าตัวอย่าง
  1. นายประเดิมชัย  จันทน์เสนะ (รุ่นที่ 4) ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและการเกษตร  สำนักงานใหญ่
  2. นางสาวอังสนา สีหพิทักษ์ (รุ่นที่ 6) เอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ (อิสราเอล)
  3. นายพนม ปาลรัตน์ (รุ่นที่ 12) ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ด้านปฏิบัติการภูมิภาค 1 บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (สำนักงานใหญ่)
  4. นายอุดม ทักขระ (รุ่นที่ 18) นายกองค์การบริหารส่วนตำบลรำแดง อ.สิงหนคร จ.สงขลา
  5. นายเอกรัฐ หลีเส็น (รุ่นที่ 3) ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส
หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการ

หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้จัดตั้งขึ้นและเปิดรับนักศึกษารุ่นแรกในปี พ.ศ. 2552 เป็นหลักสูตรที่ได้การยอมรับจากบุคลากรทั้งในภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันอุดมศึกษาต่างๆ เนื่องจากเป็นหลักสูตรที่ทันสมัย เปิดสอนโดยคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิ มีประสบการณ์ และความรู้ความเชี่ยวชาญ รวมทั้งหลักสูตรมีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำในต่างประเทศ ทำให้ในแต่ละปีมีผู้ที่สนใจสมัครเข้าศึกษาในหลักสูตรปริญญาเอกของคณะวิทยาการจัดการ เป็นจำนวนมาก เปิดรับนักศึกษามาแล้วจำนวน 9 รุ่น (เว้นปีการศึกษา พ.ศ. 2557) รวมนักศึกษาทั้งหมด จำนวน 70 คน ปัจจุบันมีนักศึกษาสำเร็จการศึกษาแล้วทั้งสิ้น จำนวน 41 คน นักศึกษาปัจจุบัน มีจำนวน 29 คน

หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการ มุ่งสร้างองค์ความรู้และผลิตดุษฎีบัณฑิตสาขาวิชาการจัดการ ที่มีความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับการวิจัยที่เชื่อมโยงกับแนวคิดทฤษฎีการจัดการที่มีพื้นฐานมาจากศาสตร์และแขนงความรู้ในหลายสาขาวิชา รวมทั้ง สามารถประยุกต์ใช้องค์ความรู้บนพื้นฐานของงานวิจัยเชิงประจักษ์ได้อย่างเหมาะสมกับสภาพบริบทและสถานการณ์ สามารถตอบสนองความต้องการของภูมิภาค สังคม และประเทศชาติได้อย่างเหมาะสม ตามแนวโน้มและทิศทางการเปลี่ยนแปลงขององค์ความรู้ที่มีการใช้ฐานคิดที่หลากหลายและสภาพการบริหารที่จำเป็นต้องมีการบูรณาการองค์ความรู้ทั้งในเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ และให้ความสำคัญกับบริบททางสังคม สิ่งแวดล้อมและการเมือง

จุดเด่นของหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการ
จุดเด่นของหลักสูตร คือ การที่คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มีการเรียนการสอนทั้งในภาควิชาบริหารธุรกิจ (Business Administration) ภาควิชาการบัญชี (Accounting) และภาควิชารัฐประศาสนศาสตร์ (Public Administration) ทำให้เกิดการบูรณาการคณาจารย์ สื่อการเรียนการสอน องค์ความรู้ด้านการวิจัย รวมทั้งวิทยาการจัดการต่างๆ ที่จะช่วยผลักดันให้นักศึกษาดุษฎีบัณฑิตสาขาวิชาการจัดการได้พัฒนางานวิจัยและผลงานวิชาการที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับทั้งภาคธุรกิจ หน่วยงานในภาครัฐ และองค์กรในชุมชน นอกจากนั้น หลักสูตรมีการกำหนดหลักเกณฑ์และขั้นตอนการประเมินคุณภาพของนักศึกษาทั้งก่อนเข้าศึกษา ระหว่างการศึกษา และก่อนจบการศึกษา ที่มีความเข้มข้น เช่น มีข้อกำหนดให้นักศึกษาต้องตีพิมพ์ผลงานวิจัยในวารสารวิชาการอย่างน้อย 2 ครั้ง รวมทั้ง หลักสูตรมีการสร้างความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาและคณาจารย์ในสถาบันการศึกษาในต่างประเทศ อาทิเช่น มหาวิทยาลัยแมสซี่ ประเทศนิวซีแลนด์ จึงมีความพร้อมที่จะก้าวสู่ความเป็นสากลต่อไปในอนาคต
วัตถุประสงค์
  1. เพื่อผลิตดุษฎีบัณฑิตที่มีความรู้ ความสามารถ ทักษะในกระบวนการวิจัยด้านการจัดการอย่างลึกซึ้งและแม่นยำ สามารถแสวงหาและเข้าถึงองค์ความรู้ วิเคราะห์ประเด็นปัญหาสำคัญ รวมทั้งสามารถบุกเบิก ออกแบบ และดำเนินโครงการวิจัยในเรื่องที่มีความซับซ้อนในฐานะนักวิจัยอิสระ
  2. เพื่อผลิตดุษฎีบัณฑิตที่มีความรู้ ความเข้าใจเชิงลึกในทฤษฎีการจัดการ สามารถวิเคราะห์ สังเคราะห์ และสร้างสรรค์องค์ความรู้ใหม่ อันเป็นที่ยอมรับในวงการด้านการจัดการ ทั้งในระดับชาติและระดับสากล
  3. เพื่อผลิตดุษฎีบัณฑิตที่พร้อมปฏิบัติหน้าที่ในฐานะอาจารย์ นักวิชาการ นักวิจัย และผู้บริหาร สามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ ในการแก้ไขปัญหา การพัฒนาองค์กรหรือหน่วยงานได้อย่างสอดรับกับบริบททางการเมืองเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมและภูมิปัญญาชุมชนตลอดถึงสภาพแวดล้อมหรือสถานการณ์

อาชีพที่สามารถประกอบได้หลังสำเร็จการศึกษา

  1. นักวิชาการ นักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญ หรือผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการจัดการในสถานศึกษาของรัฐและเอกชน เช่น มหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัยต่างๆ รวมถึงที่ปรึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน
  2. ผู้บริหารทั้งในองค์กรภาคเอกชนและภาครัฐ
  3. ผู้ดำเนินธุรกิจของตนเองหรือธุรกิจของครอบครัว

สีประจำคณะ

#CE4AF8 สีม่วงเม็ดมะปราง

ข้อมูลติดต่อ

คณะวิทยาการจัดการ
สำนักงาน : คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ถ.กาญจนวนิช ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110
ติดต่อ : โทรศัพท์ 0 7428 7900 โทรสาร 0 7428 7890
อีเมล : fms-info@group.psu.ac.th
เว็บไซต์ : www.fms.psu.ac.th
 
สาขาวิชาบริหารธุรกิจ (Department of Business Administration)
สำนักงาน : คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
15 ถ.กาญจนวณิชย์ ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90112
ติดต่อ : โทรศัพท์ 0 7428 7857 โทรสาร 0 7455 8855
อีเมล : supayalak.s@psu.ac.th
 
สาขาวิชาการบัญชี (Department of Accountancy)
สำนักงาน : คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
15 ถ.กาญจนวณิชย์ ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90112
ติดต่อ : โทรศัพท์ 0 7428 7844 โทรสาร 0 7428 7843
อีเมล : jittima.w@psu.ac.th
 
สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ (Department of Public Administration)
สำนักงาน : คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
15 ถ.กาญจนวณิชย์ ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90112
ติดต่อ : โทรศัพท์ 0 7428 7846 โทรสาร 0 7428 7847
อีเมล : kayanee.b@psu.ac.th
 
หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการ (หลักสูตรภาษาอังกฤษ)
สำนักงาน : คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
15 ถ.กาญจนวณิชย์ ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90112
ติดต่อ : โทรศัพท์ 0 7428 7955-9 โทรสาร 0 7455 8853
อีเมล : fms-bba@psu.ac.th
เว็บไซต์ : www.interbba.com
 
งานบัณฑิตศึกษา คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
สำนักงาน : ชั้น 2 อาคารบริหาร คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
15 ถ.กาญจนวณิชย์ ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90112
ติดต่อ : โทรศัพท์ 0 7428 7861, 0 7428 7858, 0 7428 7854, 0 7428 7852, 0 7428 7849
อีเมล : fms-bba@psu.ac.th
Facebook : Grad Fms Psu